Logistic

6 ข้อควรรู้ก่อนขนส่งสินค้าใหญ่

สำหรับการขนส่งสินค้าใหญ่ ต้องมีขั้นตอนการขนส่งที่มีความระมัดระวังสูง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายได้ง่าย สินค้ายิ่งมีขนาดใหญ่มากแค่ไหนก็ยิ่งเสี่ยงต่อความเสียหายที่แสนง่ายดาย ผู้ส่งสินค้าขนาดใหญ่และผู้ที่ให้บริการขนส่งจึงต้องมีวิธีการและขั้นตอนที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อให้สินค้าชิ้นใหญ่ถึงมือผู้รับได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด ดังนั้นถ้าคุณต้องการส่งสินค้าขนาดใหญ่แบบไม่ให้เกิดความเสียหายและปัญหาใดๆ ลองมาดู   6 ข้อควรรู้ก่อนขนส่งสินค้าใหญ่ คือ อ่านเพิ่มเติม : ขายของออนไลน์เลือกบริการส่งสินค้าของอะไรดี , ขนส่งอะไรดี , น้ำหนัก EMS ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ , เรียนรู้วิธี แพ็คอย่างไรไม่ให้ซ้ำ , เปิดตัวพาร์ทเนอร์ขนส่งใหม่ 1. ขนาดของสินค้าที่ชัดเจน ขนาดและน้ำหนักของสินค้ามีความสำคัญอย่างมากต่อการขนส่งสินค้าใหญ่ เพราะจะเป็นตัวช่วยบอกให้คุณรู้ว่าควรใช้หีบห่อแบบใดและควรใช้วิธีการขนส่งแบบไหนจึงจะเหมาะสมมากที่สุด ยิ่งถ้าเป็นการขนส่งแบบข้ามประเทศด้วยแล้ว สินค้าขนาดใหญ่จะต้องมีการเสียภาษี ดังนั้นคุณต้องรู้ก่อนว่าขนาดของสินค้าและน้ำหนักนั้นจะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยรวมเท่าไหร่และควรขนส่งในรูปแบบใด จึงจะทำให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เช่น ถ้าสินค้าที่ส่งนั้นมีน้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัมขึ้นไป การจัดส่งพัสดุจะต้องเป็นแบบพิเศษที่อาจจะต้องเสียค่าส่งตามน้ำหนักที่ราคาจะสูงกว่าการส่งพัสดุทั่วไป ทั้งยังรวมไปถึงการใช้กล่องบรรจุที่มีความพิเศษด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ทำให้เกิดปัญหาเสียหายในขณะที่ขนส่ง แต่ถ้าชิ้นไม่ใหญ่มากเพียงแต่น้ำหนักสูงจะสามารถส่งด้วยรถยนต์ 4 ล้อหรือรถยนต์ 6 ล้อได้ แต่ถ้าเป็นสินค้าที่มีขนาดใหญ่มากอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการจัดส่งที่มากขึ้นและการบรรจุใส่หีบห่อจะต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ที่สำคัญคือรูปแบบการขนส่งอาจจะต้องเปลี่ยนจากรถยนต์กลายมาเป็นเครื่องบินหรือการแพ็คใส่ตู้คอนเทนเนอร์ที่จะไปกับรถพ่วงแทน ตรงจุดนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไปจึงควรศึกษารายละเอียดและดูขนาดกับน้ำหนักสินค้าให้ชัดเจนก่อนการส่ง เพื่อให้คุณได้วางแผนการส่งอย่างถูกต้อง อ่านเพิ่มเติม : 4 ขนส่งอาหารสดคุณภาพ , […]

ขนส่งคิดตามน้ำหนัก เขาคิดกันอย่างไร?

การทำร้านค้าออนไลน์หรือแม้แต่การซื้อของ เรื่องหนึ่งที่จำเป็นต้องรู้คือขนส่งคิดตามน้ำหนักที่ไม่ว่าจะส่งพัสดุน้ำหนักเบาหรือหนักก็ย่อมต้องเสียค่าส่งด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนของค่าส่งที่คิดไปตามน้ำหนักนี้จะเป็นการคิดไปตามแต่ละบริษัทขนส่ง เพราะบริษัทขนส่งบางแห่งอาจจะมีการคิดเรื่องค่าน้ำมันและค่าอิจิปาถะต่างๆ ของการขนส่งเพิ่มเข้าไปด้วย เพื่อทำให้เกิดความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า แต่ส่วนใหญ่แล้วราคาก็จะใกล้เคียงกันเกือบทุกแห่ง ไม่ต่างกันมากนัก ดังนั้นถ้าคุณต้องการรู้ถึงราคาขนส่งคิดตามน้ำหนักด้วยราคากลางที่ชัดเจน ขอแนะนำข้อมูลค่าขนส่งจากบริษัทไปรษณีย์ไทยที่จะแยกสินค้าตามน้ำหนัก ดังนี้ อ่านเพิ่มเติม : ส่งพัสดุให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย , ขนส่งอะไรดี , น้ำหนัก EMS ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ 1. พัสดุธรรมดา การส่งพัสดุธรรมดาของไปรษณีย์จะขนส่งคิดตามน้ำหนัก ตั้งแต่กิโลกรัมแรก 20 บาทและในกิโลกรัมต่อไปจะคิดเพิ่มอีก 15 บาท ดังนั้นถ้าคุณเลือกใช้บริการพัสดุแบบธรรมดาที่มีค่าขนส่งแรก 20 บาท ในช่วงของน้ำหนัก 1 กิโลกรัม แต่เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 2 กิโลกรัม ค่าบริการจะเป็น 35 บาท เป็นต้น และการขนส่งจะทำได้สูงสุดไม่เกินไปกว่า 20 กิโลกรัมต่อชิ้น  แต่ถ้าเป็นพัสดุขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินกว่า 20 กิโลกรัมขึ้นไปจนถึง 200 กิโลกรัม จะถูกจัดให้ส่งในรูปแบบของ Logis Post ที่ผู้รับพัสดุจะต้องไปรับสินค้าด้วยตัวเองที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ของตัวเองเท่านั้น แต่ถ้าต้องการให้ส่งถึงที่บ้านหรือที่บริษัทจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและค่าใช้จ่ายนี้จะแยกออกตามพื้นที่ การส่งพัสดุตามพื้นที่ต่างๆ […]

การขนส่งคิดตามขนาดคืออะไร มีประเภทใดบ้าง

การขนส่งคิดตามขนาด คือ การขนส่งสินค้าที่เน้นวัดจากขนาดและรูปร่างของสินค้าเพื่อคิดค่าขนส่งเป็นหลัก  สามารถใช้ได้กับสินค้าทั้งภายในและนอกประเทศ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวิธีการขนส่งเพื่อให้เหมาะสมกับขนาดของสินค้าแต่ละประเภทด้วยเช่นกัน ถ้าสินค้าชิ้นไม่ใหญ่มากก็สามารถจัดส่งได้ด้วยทางรถจักรยานยนต์และรถยนต์ 4 ล้อ แต่ถ้ามีขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็อาจจะเพิ่มเป็นการส่งด้วยรถยนต์ 6 ล้อ ส่วนของสินค้าต่างประเทศที่ไม่ว่าจะส่งออกหรือนำเข้าต้องใช้เป็นเรือหรือเครื่องบิน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับประเทศและขนาดของสินค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงขอนำรายละเอียดของขนส่งคิดตามขนาดในประเทศและต่างประเทศมาให้ได้ศึกษากัน การขนส่งคิดตามขนาดในประเทศ สำหรับการขนส่งภายในประเทศจะมีตั้งแต่การขนส่งผ่านทางรถไฟ, การขนส่งทางรถยนต์, การขนส่งผ่านทางรถบรรทุก-รถทัวร์ และการขนส่งผ่านทางรถจักรยานยนต์ ซึ่งการส่งจะเป็นไปตามขนาดของสินค้าที่จะมีความเหมาะสมต่อรถแต่ละแบบและการขนส่งในลักษณะต่างๆ นี้ จะช่วยทำให้สินค้าถึงที่หมายอย่างรวดเร็วและมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยการขนส่งในแต่ละแบบจะถูกแยกออกเป็นดังนี้ 1.การขนส่งผ่านทางรถไฟ การขนส่งทางรถไฟจะเหมาะสำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ทั้งยังเป็นการส่งในแบบระยะทางไกล แต่เวลาในการขนส่งอาจไม่เร็วมากนัก อัตราค่าบริการไม่แพงและสามารถส่งสินค้า 1 ครั้งได้หลากหลายชิ้น แต่โดยรวมแล้วจะสามารถส่งสินค้าทันตามที่เวลากำหนดไว้ แต่ผู้ที่ต้องการส่งทางรถไฟควรกะระยะเวลาเพื่อความยืดหยุ่น เพราะบางครั้งอาจมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งได้เช่นกัน 2.การขนส่งทางรถยนต์ การขนส่งทางรถยนต์ 4 ล้อ จะเน้นสินค้าที่เป็นขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยวิธีการส่งจะมีความสะดวกและรวดเร็วทันใจ รถ 4 ล้อนั้นจะเน้นการขนส่งในจำนวนค่อนข้างมากขึ้นและถึงมือลูกค้าตรงตามเวลา เน้นการจัดส่งแบบระยะสั้นกับระยะกลาง ดังนั้นขนาดของสินค้าจึงต้องเป็นขนาดกลางและไม่ใหญ่มากจนเกินไป รวมไปถึงสินค้าขนาดเล็กที่ต้องการขนส่งแบบรวดเร็ว แต่ผู้ส่งอาจจะต้องเสียค่าขนส่งที่สูงขึ้น 3. การขนส่งทางรถบรรทุก การขนส่งผ่านรถบรรทุกจะเน้นส่งสินค้าขนาดใหญ่เป็นหลักและเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก หรือเป็นสินค้าที่มีรูปทรงพิเศษ ไม่สามารถส่งทางปกติได้ ซึ่งการขนส่งในลักษณะนี้จะราคาสูงกว่าปกติ เพราะจะต้องเดินทางในช่วงระยะเวลาที่กฎหมายถูกกำหนดไว้เท่านั้น แต่ถ้าเลือกขนส่งที่ดีการขนส่งสินค้าประเภทนี้จะถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว 4. […]

4 ขนส่งอาหารสดคุณภาพ บริการดี ราคาใช้ได้ ส่งของสดถึงที่อย่างมั่นใจ

การขนส่งอาหารสดเป็นอีกหนึ่งบริการที่กำลังได้รับความนิยม เพราะกลุ่มลูกค้ามีกว้างขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารและผู้ประกอบการเกี่ยวกับอาหารสดที่จำเป็นจะต้องพึ่งพาการขนส่งอาหารทะเลและอาหารสดต่างๆ ที่มาถึงร้านได้อย่างปลอดภัยและยังคงรักษาอุณหภูมิของอาหารสดไว้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นขนส่งอาหารสดจึงจำเป็นที่จะต้องมีรถห้องเย็นหรือการขนส่งที่สามารถรักษาอุณหภูมิไว้ได้อย่างเหมาะสม แม้แต่บุคคลทั่วไปที่ต้องการสั่งอาหารสดมารับประทานเองที่บ้านก็ต้องสามารถใช้บริการเหล่านี้ได้ด้วยราคาที่ไม่สูงมากจนเกินไปเช่นกัน ดังนั้นถ้าคุณกำลังมองหาขนส่งที่สามารถส่งอาหารสดของคุณได้อย่างมีคุณภาพ บริการดี และราคาไม่สูงจนเกินไป ลองมาดู 4 ขนส่งดังต่อไปนี้ 1. Inter Express Logistics สำหรับ Inter Express Logistics เด่นในเรื่องของการจัดส่งสินค้าที่จะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ การแช่แข็ง และขนส่งอาหารสดต่างๆ โดยทาง IEL มีเทคโนโลยีสำหรับการบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็งที่จะต้องส่งข้ามจังหวัดหรือข้ามวันโดยเฉพาะ จึงสามารถรักษาทั้งผัก ผลไม้ อาหารสด อาหารทะเล หรือแม้แต่ยารักษาโรค ให้ถึงมือแก่ผู้รับอย่างปลอดภัย  ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ภายใน IEL จะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขนส่งและผู้เชี่ยวชาญทางด้านการควบคุมอุณหภูมิของการขนส่ง แม้แต่การขนส่งประเภทยาหรือเวชภัณฑ์ รวมไปถึงเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ที่สำคัญคือพร้อมส่งทุกสถานที่แม้แต่ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ จึงถือว่าเป็นหนึ่งในขนส่งที่คุณสามารถไว้ใจได้ การควบคุมอุณหภูมิจะมีการแช่เย็นในอุณหภูมิ 0-80 องศา และการแช่แข็งหรือ Frozen ในอุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศา และมีการระบุระยะเวลาที่ให้บริการในด้านการจัดส่งสินค้าถึงที่หมายอย่างชัดเจน 2. SCG EXPRESS SCG EXPRESS มีระบบ […]

รวม 5 ขนส่งของแช่เย็น พร้อมรายละเอียดที่ช่วยคุณเลือกบริการขนส่งได้อย่างเหมาะสม

บริการขนส่งของแช่เย็นเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารหรือผู้ต้องการสั่งอาหารสดมาทำทานเองที่บ้าน รวมไปถึงร้านค้าของสดและร้านอาหารที่มีสาขาเป็นจำนวนมาก เพราะจะคุ้มค่าในเรื่องการส่งวัตถุดิบอาหารสดไปสู่ทุกสาขาได้อย่างสะดวก ปลอดภัย อาหารมีความสดใหม่ด้วยนวัตกรรมการแช่เย็นของทางผู้ให้บริการ  สำหรับประเทศไทยแล้วมีบริการขนส่งของแช่เย็นจากบริษัทที่มีชื่อเสียงและไว้ใจได้ ภายในบทความนี้จึงขอแนะนำ 5 ขนส่งที่สามารถส่งอาหารสดด้วยการแช่เย็นอย่างมีคุณภาพ พร้อมรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ ดังนี้ 1.FedEx FedEx ให้บริการขนส่งของแช่เย็นและแช่แข็งที่มาพร้อมระบบได้มาตรฐาน ผู้ที่ส่งหรือสั่งซื้อสินค้าต่างๆ ที่ต้องแช่เย็นสามารถมั่นใจได้ เพราะทาง FedEx มีการจัดอุณหภูมิของการส่งสินค้าอย่างเหมาะสม เช่น การใช้ระบบ FedEx Customized Freight ที่จะมาในรูปแบบของผู้ประกอบการรายใหญ่ด้วยการเลือกใช้ตู้คอนเทนเนอร์แบบคอมเพรสเซอร์ C-Safe ที่จะสามารถรักษาอุณหภูมิของอาหารสดหรือเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่อยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ให้มีอุณหภูมิคงที่โดยไม่ต้องใช้น้ำแข็งแห้งแต่อย่างใด มีตู้คอนเทนเนอร์แบบน้ำแข็งแห้งที่จะสามารถรักษาอุณหภูมิได้สูงสุด -20 องศาเซลเซียสและยังสามารถจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเวลา มีการติดตามตัวอุณหภูมิอยู่เสมอ ส่วนการบรรจุหีบห่อจะมีการควบคุมอุณหภูมิให้อย่างเหมาะสมเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี FedEx Cold Shipping Package ที่ส่งด้วยกล่องพัสดุที่มีให้เลือกถึง 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง และใหญ่ มาพร้อมอีกหลากหลายเทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้การส่งสินค้าหรืออาหารสดที่จะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยและสมบูรณ์แบบ 2.SCG Express SCG Express มีระบบการขนส่งของแช่เย็นแบบ Cool Ta-Q-Bin ที่จะมีอุณหภูมิให้เลือก […]

รวม 5 โลจิสติกส์ชั้นนำ ส่งเร็วทันใจ สบายใจคนขาย ถูกใจผู้รับ

ถ้าคุณเป็นแม่ค้าหรือพ่อค้าออนไลน์ที่ต้องมีการส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อผ่านทางระบบขนส่ง คุณย่อมต้องการผู้ให้บริการโลจิสติกช์ที่สามารถตอบสนองเรื่องการขนส่งที่ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย, ส่งสินค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ, มีบริการที่ดี และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความรวดเร็ว ดังนั้นถ้าคุณอยากรู้ว่าส่งของเจ้าไหนเร็วสุด? วันนี้เราจึงขอรวม 5 โลจิสติกส์ชั้นนำส่งเร็วทันใจ สบายใจคนขายถูกใจผู้รับมาฝากให้ได้พิจารณาเลือกใช้กัน 1.Kerry Express ถ้าถามว่าส่งของเจ้าไหนเร็วสุด เชื่อว่าหลายๆ คนต้องคิดถึง Kerry Express มาก่อนเป็นเจ้าแรกอย่างแน่นอน เพราะช่วงหลายปีที่ผ่าน Kerry ถือว่าเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่มาแรงมาก ด้วยบริการที่ส่งรวดเร็ว ของถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ บริการดี และมีบริการสำหรับผู้ประกอบการที่ไปรับสินค้าถึงหน้าบ้าน จึงทำให้กลายมาเป็นผู้นำด้านการขนส่งภายในประเทศอย่างรวดเร็ว แต่ก็แลกมากับค่าขนส่งที่ค่อนข้างสูง จุดเด่นของขนส่งจาก Kerry คือมีจุดบริการมากกว่า 5,500 แห่ง และกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศไทย ให้การจัดส่งที่ครอบคลุมสูงทั่วทุกพื้นที่ จึงทำให้สามารถส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วทันใจ มาพร้อมระบบการเก็บเงินปลายทางที่สะดวกและเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถส่งด่วนภายในพื้นที่ของกรุงเทพฯ ภายในเวลาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น และสำหรับต่างจังหวัดจะใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันทำการ แต่สำหรับค่าส่งจะเริ่มต้นที่ 35 บาทขึ้นไป ภายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจะเริ่มต้นที่ 45-50 บาทขึ้นไป และถ้าข้ามสู่จังหวัดที่ไกลมากขึ้นอาจจะต้องเสียเงินเพิ่ม 2.ไปรษณีย์ไทย แม้ว่าไปรษณีย์ไทยอาจจะทำให้ใครหลายๆ คนรู้สึกกังวลเรื่องการขนส่ง […]

พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์มาทางนี้! ตามดูส่งของเจ้าไหนถูกสุด?

ส่งของเจ้าไหนถูกสุด? คำถามยอดฮิตที่ทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้ออยากรู้! เพราะถ้าค่าส่งถูกลง ภาระของการจ่ายค่าขนส่งที่ผู้ประกอบการบางรายแบกรับอยู่ก็จะเบาบางลงไปด้วย ส่วนผู้ซื้อที่ต้องเสียค่าขนส่งเองก็จะเบาเรื่องการจ่ายค่าสินค้าลงไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นการมองหาบริการบริษัทจัดส่งสินค้าหรือโลจิสติกส์ที่ให้บริการดี มีความครอบคลุม และค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าไม่สูงเกิน จึงกลายมาเป็นเรื่องสำคัญของทั้งธุรกิจที่ต้องส่งสินค้าและผู้ซื้อที่ต้องการประหยัดเงินลง วันนี้จึงขอแนะนำ 6 แบรนด์โลจิสติกส์ค่าส่งไม่แพงและส่งพัสดุรวดเร็ว เพื่อตอบคำถาม “ส่งของเจ้าไหนถูกสุด?” ได้อย่างตรงใจที่สุด 1.ไปรษณีย์ไทย ถ้ามีคำถาม “ส่งของเจ้าไหนถูกสุด?” คำตอบที่เด่นที่สุดต้องยกให้ไปรษณีย์ไทย เพราะด้วยความที่เป็นรัฐวิสาหกิจ จึงทำให้การคิดราคาไม่สูงเท่ากับเอกชน ยิ่งในปัจจุบันไปรษณีย์ไทยผ่านการพัฒนาทั้งงานบริการที่ดีขึ้นและการขนส่งที่มีความรวดเร็วกว่าเดิม จึงกลายมาเป็นเจ้าใหญ่แห่งวงการขนส่งที่ผู้คนทั่วไปหันกลับมาใช้บริการมากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของบริการไปรษณีย์ไทยคือสามารถส่งสินค้าหนัก หรือสินค้าชิ้นใหญ่ได้อย่างหลากหลาย และมีจุดให้บริการ มากกว่า 5000 แห่ง ทั่วประเทศไทย พร้อมไปด้วยจุดส่งสินค้าที่เอกชนอาจยังไม่เข้าไม่ถึง ไปรษณีย์ไทยสามารถเข้าไปส่งได้ทุกพื้นที่ อย่างแม่นยำ พร้อมบริการจัดส่งสินค้าทุกชนิดแม้กระทั่งสินค้ามีชีวิตก็สามารถส่งได้อย่างปลอดภัย ส่วนค่าบริการเริ่มต้น จะ คิดราคาตามน้ำหนักโดยแบบธรรมดาหรือแบบลงทะเบียนจะเริ่มต้นเพียงแค่ 16 บาทเท่านั้นและแบบส่งด่วน EMS เริ่มต้นที่ 32 บาท อ่านเพิ่มเติม : การส่งของทางเครื่องบินในประเทศ 2. LALAMOVE ถ้าพูดถึง ส่งของเจ้าไหนถูกสุด?  ต้องยกให้บริการขนส่งน้องใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง LALAMOVE ที่มีจุดเด่นในเรื่องการเรียกใช้บริการเพื่อรับส่งพัสดุถึงที่ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่สามารถเรียกได้ตลอด 24 ชั่วโมง […]

วิธีคิดค่าขนส่งสินค้าสำหรับแม่ค้ามือใหม่ ส่งอย่างไรไม่ให้ขาดทุน

ปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า รวมถึงการเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งที่ให้ความสำคัญในการส่งของให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากความพึ่งพอใจของลูกค้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะได้ใช้สินค้าที่ดีมีคุณภาพและมีราคาที่สมเหตุสมผลเท่านั้น แต่ความพอใจที่จะซื้อสินค้าต่อไปในอนาคต หรือลูกค้าทั่วไปจะยกระดับเป็นกลายเป็นลูกค้าประจำ (Brand Royalty) ได้ก็ด้วยการใส่ใจในทุกขั้นตอนการขายของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งก็รวมไปถึงการใส่ใจในเรื่องบริการการขนส่งโดยพ่อค้าแม่ค้าจำเป็นต้องเลือกบริษัทขนส่งที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ ทั้งด้านสภาพที่สมบูรณ์เมื่อถึงมือลูกค้า ระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป เป็นต้น แต่ทั้งนี้ตัวพ่อค้าแม่ค้าเองกก็ต้องพิจารณาว่าบริษัทที่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยที่ไม่ทำให้เราขาดทุนหรือไม่ทำให้เราต้องแบกรับภาระด้านค้าใช้จ่ายในการขนส่งจนธุรกิจขาดกำไรด้วย  ด้วยปัจจุบันที่การค้าขายออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นบริษัทที่เกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งจึงมีเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดออนไลน์ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าได้ประโยชน์จากการมีบริษัทต่างๆ ที่แข่งขันกันปรับลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และเพิ่มมาตรการในการขนส่งที่โดนใจทั้งผู้ส่งและผู้รับ ทำให้เราไม่ต้องลำบากในการไปทดลองใช้แต่ละบริษัทให้เสียเวลา เพียงศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทโดยพิจารณาว่าบริษัทขนส่งแบบไหนที่เหมาะสมกับธุรกิจเรามาที่สุด ซึ่งในบทความนี้เราจะนำเสนอปัจจัยที่ทำให้ราคาค่าส่งของแต่ละอย่างไม่เท่ากันและจะพาทุกคนไปสำรวจราคาค่าขนส่งพัสดุของบริษัทที่ทำบริการส่งสินค้าและพัสดุที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าที่กำลังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะใช้บริการของเจ้าไหนดี ที่จะช่วยสร้างความพึ่งพอใจให้ลูกค้าและไม่ทำให้ธุรกิจของเราขาดทุน  อ่านเพิ่มเติม : ขายของออนไลน์เลือกบริการส่งสินค้าของอะไรดี การคิดราคาค่าขนส่ง ปัจจัยในการกำหนดค่าขนส่งสินค่านั้น ประกอบด้วยปัจจัย 3 อย่างได้แก่ 1. ระยะทาง ความใกล้-ไกลของระยะทางในการส่งของถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ค่าส่งสินค้าของเราแพงขึ้น โดยถ้ากลุ่มลูกค้าของเราส่วนใหญ่อยู่ไกลจากภูมิภาคที่เราอยู่ เราสามารถเลือกใช้บริษัทที่คิดราคาค่าส่งระหว่างภูมิภาคที่ถูกได้ 2. ขนาด (ความกว้างxความยาวxความสูง) และน้ำหนักของสินค้า แน่นอนว่าน้ำหนักของสินค้าคือเกณฑ์กำหนดราคาในการจัดส่งของเรา ซึ่งถ้าสินค้าที่เราขายไม่ได้มีน้ำหนักนักเราก็สามารถเลือกใช้บริการเจ้าไหนก็ได้เพราะอัตราค่าจัดส่งจะไม่ต่างกันมากนัก แต่ทั้งนี้เรามีเทคนิคดีๆ สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าที่มีน้ำหนักเยอะ โดยเทคนิคง่ายๆก็คือให้เราใช้กล่องใส่พัสดุที่มีขนาดพอดีกับสินค้าของเรา ไม่ใช่กล่องที่ใหญ่จนเกินไป ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านขนาดลงได้ 3. การเลือกความไวในการส่ง ความไวถือเป็นตัวกำหนดราคาค่าส่งได้เหมือนกัน โดยถ้ายิ่งกำหนดวันเวลาส่งให้ถึงมือลูกค้าเร็วเท่าไหร่ ค่าบริการก็จะยิ่งแพงขึ้น ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำเป็นจะต้องเลือกว่าการสินค้าของเราเหมาะสมกับการส่งแบบไหน หรืออาจจะลองกำหนดทางเลือกให้ลูกค้าพิจารณา […]

5 ระบบการจัดส่งสินค้าและระบบขนส่ง ที่แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ก่อนเปิดร้าน

หลายคนๆ คน เมื่อเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจออนไลน์ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่นิยมการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นเพราะสะดวกสบายในการจับจ่ายซื้อสินค้า ก็เริ่มสนใจอยากหารายได้เพิ่มด้วยการเปิดร้านขายของบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะหันไปให้ความสำคัญกับการหาสินค้าที่เป็นที่นิยม และการหาลูกค้า แต่สิ่งที่ผู้ที่ต้องการเปิดร้านขายของออนไลน์ส่วนใหญ่มักลืมหรือไม่ได้วางแผนก็คือระบบขนส่ง ทั้งที่ระบบการขนส่งเป็นส่วนสำคัญที่ให้ช่วยเคลื่อนย้ายสินค้าของเราไปให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ในปัจจุบันมีบริษัทขนส่งสินค้าเป็นจำนวนมากที่จะช่วยจัดส่งสินค้าของเราให้ถึงมือลูกค้า หากเราไม่พิจารณาว่าบริษัทหรือการขนส่งรูปแบบใดเหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด อาจจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้สินค้าเราหรืออาจจะทำให้กำไรของเราลดลงได้  ในบทความนี้เราจึงอยากชวนผู้ที่สนใจที่จะเปิดร้านค้าออนไลน์ มาทำความเข้าใจเรื่องระบบการขนส่งและการเลือกระบบการขนส่งที่เหมาะสมและคุ้มค้ากับสินค้าของเราโดยพิจารณาจากข้อดีข้อเสียของการขนแต่ละประเภทกัน ทำความเข้าใจระบบขนส่ง ระบบขนส่ง (Transportation) คือ การขนส่งสิ่งต่างๆ ตั้งแต่สินค้าที่เป็นวัตถุ สัตว์เลี้ยงและอื่นๆ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยใช้เส้นทางหรือวิธีการเคลื่อนย้ายที่เหมาะสมกับสินค้านั้นๆ เช่น ระยะทาง ขนาดและปริมาณของสินค้า รวมถึงต้นทุนในการขนส่งที่เรากำหนดไว้ ซึ่งปัจจุบันระบบการขนส่งมีให้เลือกหลายหลากรูปแบบตั้งแต่การขนส่งสินค้าระยะใกล้ๆ เช่นในจังหวัดเดียวกันหรือใกล้เคียง ระหว่างภูมิภาค และภายในประเทศสามารถใช้ระบบการขนส่งโดยรถไฟ รถยนต์หรือรถจักยานยนต์ได้ ส่วนในกรณีการขนส่งระหว่างประเทศมักนิยมขนส่งโดยเรือและเครื่องบินแทน การพิจารณาความคุ้มค่าในการขนส่งเบื้องต้น การพิจาณาถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมเบื้องต้นสำหรับพ่อค้าแม่ค้าสามารถพิจารณาได้หลายปัจจัยดังนี้ ปัจจัยแรกคือชนิดของสินค้า โดยให้เราพิจารณาว่าสินค้าของเราสามารถใช้ระยะเวลาในการขนส่งนานได้หรือไม่ ปัจจัยที่สองคือลูกค้า ลูกค้าของเราคาดหวังให้สินค้ามาถึงในระยะเวลาประมาณเท่าใด หรือให้เราลองคาดการณ์ว่าควรใช้ระยะเวลาเท่าใดในการขนส่งที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ ปัจจัยที่สามเรื่องต้นทุนค่าขนส่งสินค้าถ้าหากเป็นการขนส่งแบบด่วนต้นทุนในการส่งก็จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่การส่งแบบทั่วไปจะมีค่าขนส่งที่น้อยกว่านั้นเอง อ่านเพิ่มเติม : ใส่ลายน้ำลงบนภาพสินค้า ข้อดี-ข้อเสียของระบบการขนส่งสินค้าแต่ละประเภท 1. การขนส่งทางรถไฟ การขนส่งทางรถไฟเป็นระบบการขนส่งที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีต และปัจจุบันก็ยังคงมีหลายคนที่เลือกใช้การขนส่งในรู้แบบนี้เนื่องจากค่าจ่ายในการขนส่งสินค้าต่อหน่วยจะต่ำกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้ข้อดีของการขนส่งสินค้าทางรถไฟ คือการที่เราสามารถส่งสินค้าได้ครั้งละจำนวนมากๆ ของที่นิยามจัดส่งในรูปแบบนี้ได้แก่ ข้าว น้ำตาล […]